ยาแก้ไอ

Dextromethorphan

Dextromethorphan ยา จะใช้ในการบรรเทาอาการไอชั่วคราวที่เกิดจากโรคไข้หวัด ยา จะบรรเทาอาการไอ แต่จะไม่รักษาที่สาเหตุของการไอ ยา ทำงานโดยการลดกิจกรรมในส่วนของสมองที่ทำให้เกิดอาการไอ ยา แนะนำยาที่ควรรู้จัก จะไม่รักษาอาการไอที่เกิดจากการสูบบุหรี่, โรคหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง

ยาแก้ไอ

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา 

ยานี้ใช้สำหรับบรรเทาอาการไอชนิดที่ไม่มีเสมหะ เช่น ไอเนื่องจากหลอดลมอักเสบ หรือเนื่องจากโรคหวัด ยา แนะนำยาที่ควรรู้จัก เป็นยาที่กดอาการไอที่ทำงานโดยการลดความรู้สึกของการไอ

  • ยานี้ใช้เพื่อบรรเทาชั่วคราวของอาการไอโดยไม่มีเสมหะที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างของทางอากาศ (เช่นไซนัสอักเสบไข้หวัด)
  • ยา ไม่ควรมักจะถูกนำมาใช้สำหรับอาการไอเนื่องมาจากการสูบบุหรี่หรือจากโรคโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง เว้นแต่กำกับโดยแพทย์ของคุณ
  • ยาแก้ไอและยาแก้หวัดไม่ควรจะใช้รักษาเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 4 ปี เว้นแต่แพทย์จะแนะนำให้ใช้
  • ยา ไม่ได้ทำให้โรคหายเร็วขึ้น ดังนั้นต้องประเมินประโยชน์ และโทษของยา
  • ไม่ให้ยาแก้ไอและยาแก้หวัดอื่น ๆ ที่อาจมีส่วนผสมเดียวกันหรือคล้ายกัน สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการไอและอาการไข้หวัด (เช่นการดื่มของเหลวเพียงพอโดยใช้ความชื้นหรือน้ำเกลือหยอดจมูก / สเปรย์)

ยานี้ขายในรูปยาเม็ดขนาด 15 มก. ยาน้ำเชื่อมความแรง 10 มก./5 มล. และยาอม 5 มก.

สำหรับรูปแบบของยาน้ำเชื่อม:

อย่าใช้ช้อนที่ใช้ในครัวเรือนเพราะคุณอาจไม่ได้รับยาที่ถูกต้อง ควรจะใช้ช้อนที่ให้มา และเขย่าขวดก่อนรับประทานยา

  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทาน 5-10 มก. ทุก 4 ชั่วโมง หรือ 15 มก. ทุก 6-8 ชั่วโมง อย่าเกิน 60 มก. ต่อวัน เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ควรปรึกษาแพทย์
  • เด็กอายุ 4-6 ปีให้ยา 3.5 มิลลิกรัมทุก 4 ชั่วโมง หรือ 7.5 มิลลิกรัมทุก6-8 ชั่วโมงตามความจำเป็น
  • เด็กและทารกถึง 4 ปีไม่แนะนำให้ใช้ยา

ชนิดเม็ด

  • ขนาดยาใช้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุเกิน 12 ปี รับประทานครั้งละ 10-30 มก. ทุก 4-8 ชั่วโมง อย่าเกิน 120 มก. ต่อวัน รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อมีอาการไอ

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณยังคงมีอาการไม่หายหรือเลวลง 1 สัปดาห์หรือถ้าคุณยังมีเจ็บคอ ไข้หนาวสั่นปวดศีรษะหรือผื่น

ข้อควรระวังการใช้ยา

  • ไม่ควรให้ แนะนำยาที่ควรรู้จัก กับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี
  • สำหรับเด็กเล็กๆไม่ควรจะซื้อยาแก้หวัดหรือยาแก้ไอแก่เด็ก ควรจะปรึกษาแพทย์
  • การใช้ยา ร่วมกับยากลุ่ม ตัวยับยั้ง MAO เช่น isocarboxazid (Marplan) phenelzine (Nardil) rasagiline (Azilect) selegiline (Eldepryl, Emsam) หรือ tranylcypromine (Parnate) อาจจะอันตรายต่อชีวิต จะต้องหยุดยาดังกล่าวอย่างน้อย 14 วัน
  • ท่านที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง หรือสูบบุหรี่ จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • ยานี้อาจจะเป็นอันตรายต่อทารกดังจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ไม่ควรใช้ยา ร่วมกับยาหวัดอื่นๆโดยที่ไม่ทราบส่วนผสมของยาเนื่องจากอาจจะมีส่วนผสมของยาเป็นชนิดเดียวกัน หรือออกฤทธิ์คล้ายกันซึ่งอาจจะเกิดผลข้างเคียงจากยา
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรของคุณสิ่งที่ตามใบสั่งแพทย์และยา nonprescription, วิตามิน, อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่คุณจะพาหรือวางแผนที่จะใช้
  • ยานี้อาจมีสารให้ความหวาน หากคุณมี phenylketonuria (PKU) หรือภาวะอื่นๆที่คุณจะต้องจำกัด ปริมาณของสารให้ความหวาน (หรือ phenylalanine) ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนหรือง่วงนอน อย่าขับรถใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวังใด ๆ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้ยา

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผลข้างเคียงของยาเพิ่มมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดน้ำหนัก คาเฟอีน หรือสารกระตุ้นอื่น ๆ (เช่นยารักษาโรคสมาธิสั้น) เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียง
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาแก้ไอ หรือยาแก้ไข้หวัดอื่นๆ

ทำอย่างไรถ้าลืมรับประทานยา

ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ หากใกล้กับเวลารับประทานครั้งต่อไป ให้รับประทานยาครั้งต่อไปตามปกติโดยไม่ต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า

ผลข้างเคียงของยา

อาการพิษเฉียบพลันจากการได้รับ เกินขนาดจะขึ้นกับขนาดของการรับประทานยา ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกันหรือแข็งเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก พูดไม่ชัด ม่านตาขยาย เคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง มึนงง ประสาทหลอน กระวนกระวาย สั่น ชัก ปวดศีรษะ สูญเสียความทรงจำ หมดสติ กดการหายใจ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ อาการผิดปกติทางประสาทมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานยาไปแล้ว 15-60 นาที และอาการจะคงอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง

การรับประทานยาไม่เกิน 120 มก ต่อวันจะไม่เกิดผลเสียหรือผลข้างเคียง แต่หากรับประทานในขนาดสูงคือ มากกว่า 360 มกให้เกิดอาการเคลิ้มสุขหรือมีฤทธิ์แก้ปวดหรือทำให้เกิดความเป็นพิษ แต่มีผู้ที่นำไปใช้ในทางที่ผิดโดยใช้ยาในขนาดสูง เพื่อทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข (euphoria) หรือลดความปวด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากยา

ผลข้างเคียงของยา

อาการแพ้ยารุนแรง

หากเกิดอาการดังต่อไปนี้ให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที

  • ผื่นคัน
  • บวม (โดยเฉพาะของใบหน้า / ภาษา / คอ)
  • อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  • ปัญหาในการหายใจ หายใจไม่ออก แน่หน้าอก

อาการที่เกิดจากยาเกินขนาด

  • ความเกลียดชัง,ความสับสน
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • คลื่นไส้อาเจียน (รุนแรง)
  • อาการง่วงนอน
  • มึนงงหรือเวียนศีรษะ
  • ความตื่นเต้นที่ผิดปกติ, หงุดหงิดกระสับกระส่ายหรือหงุดหงิด (รุนแรง)
  • หายใจลำบาก
  • การเต้นของหัวใจได้อย่างรวดเร็ว
  • ภาพหลอน (สิ่งที่เห็นหรือได้ยินเสียงที่ไม่อยู่)
  • ชัก
  • อาการโคม่า (การสูญเสียสติสำหรับระยะเวลาหนึ่ง)
  • การขับปัสสาวะลำบาก

หากเกิดอาการดังกล่าว แนะนำยาที่ควรรู้จัก ให้แจ้งแพทย์หรือไปโรงพยาบาล

ผลข้างเคียงอื่นๆที่พบน้อย

  • ความสับสน
  • อาการท้องผูก
  • เวียนศีรษะเล็กน้อย
  • อาการง่วงนอน
  • ปวดหัว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • อาการปวดท้อง